จดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ใบอนุญาตธุรกิจ

คู่มือ Destination Thailand Visa (DTV) กับการจดทะเบียนบริษัทและ Work Permit สำหรับ European Digital Nomads และ Remote Entrepreneurs ปี 2026

โดย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและภาษี Regis Consultant • เผยแพร่เมื่อ: 22 September 2026 • อ่าน 121 ครั้ง
คู่มือ Destination Thailand Visa (DTV) กับการจดทะเบียนบริษัทและ Work Permit สำหรับ European Digital Nomads และ Remote Entrepreneurs ปี 2026
AEO Quick Answer • สรุปคำตอบสำคัญด่วน

เจาะลึก Destination Thailand Visa (DTV) เปรียบเทียบสิทธิทำงาน การรับรายได้ ข้อจำกัดการเปิดบริษัทในไทย และเมื่อใดที่ European Digital Nomad ต้องขอ Work Permit หรือเปลี่ยนเป็น Non-B

ตรวจสอบข้อมูลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ Regis Consultant (CPA & ที่ปรึกษากฎหมาย) ข้อมูลปี 2026
แผนภาพลำดับขั้นตอน: Destination Thailand Visa (DTV) คืออะไร และขอบเขตสิทธิการทำงานในไทย → ข้อแตกต่างทางกฎหมาย: ทำงานทางไกล (Remote Work) vs ดำเนินธุรกิจในไทย → เปรียบเทียบ: DTV Visa vs LTR Visa vs Non-B & Digital Work Permit → เกณฑ์ถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Tax Residency 180 วัน) และภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา → ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านสู่การจดทะเบียนบริษัทจำกัดและการขอ Work Permit อย่างเป็นทางการ
ลำดับขั้นตอนโดยย่อของบทความนี้ รายละเอียดแต่ละขั้นอยู่ในหัวข้อถัดไป

Destination Thailand Visa (DTV) คืออะไร และขอบเขตสิทธิการทำงานในไทย

ตั้งแต่กลางปี 2024 และต่อเนื่องถึงปี 2026 ประเทศไทยได้เปิดตัว Destination Thailand Visa (DTV) ซึ่งกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ดึงดูดกลุ่มผู้ประกอบการดิจิทัล ฟรีแลนซ์ระดับสากล และนักพัฒนาเทคโนโลยีจากทวีปยุโรปเข้ามาพำนักในประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด ด้วยอายุวีซ่ายาวนานถึง 5 ปี (พำนักได้คราวละ 180 วัน และขยายเวลาได้อีก 180 วันต่อรอบ)

อย่างไรก็ตาม คำถามทางกฎหมายที่พบบ่อยที่สุดจากชาวต่างชาติคือ: "ถือวีซ่า DTV สามารถเปิดบริษัท ทำงาน หรือรับรายได้จากลูกค้าในประเทศไทยได้หรือไม่?" ข้อมูลจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ระบุชัดเจนว่า DTV ออกแบบมาสำหรับการทำงานทางไกล (Remote Work) ให้แก่นายจ้างหรือลูกค้านอกประเทศไทยเท่านั้น

ข้อแตกต่างทางกฎหมาย: ทำงานทางไกล (Remote Work) vs ดำเนินธุรกิจในไทย

ผู้ถือวีซ่า DTV ต้องแยกแยะลักษณะกิจกรรมการทำงานอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันความผิดตามกฎหมายไทย:

  • กิจกรรมที่ทำได้ภายใต้ DTV: ทำงานผ่านระบบออนไลน์เขียนโค้ด ให้คำปรึกษา ออกแบบ หรือบริหารงานให้แก่บริษัทแม่หรือลูกค้าที่จดทะเบียนในสหภาพยุโรปหรือต่างประเทศ โดยรับเงินค่าจ้างโอนเข้าบัญชีธนาคารต่างประเทศ
  • กิจกรรมที่ไม่สามารถทำได้ภายใต้ DTV: การรับจ้าง ทำสัญญา ให้บริการ หรือขายสินค้าแก่ลูกค้า นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และการลงนามในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจเพื่อดำเนินกิจการเชิงพาณิชย์ในไทย
  • เมื่อใดที่ต้องขอ Work Permit: หากผู้ประกอบการต้องการมีหน้าร้าน มีสำนักงาน มีการจ้างงานพนักงานไทย หรือออกใบกำกับภาษีในไทย จะต้องจัดตั้งบริษัทจำกัดและขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ผ่านช่องทาง Non-Immigrant B หรือสิทธิประโยชน์ BOI

เปรียบเทียบ: DTV Visa vs LTR Visa vs Non-B & Digital Work Permit

เกณฑ์เปรียบเทียบ DTV Visa LTR Visa (10 ปี) Non-B + Work Permit
อายุการอนุญาต 5 ปี (คราวละ 180 วัน) 10 ปี (Multiple Entries) 1 ปี (ต่ออายุได้รายปี)
สิทธิการทำงานในไทย เฉพาะ Remote นอกไทย ทำงานได้ (มี Digital WP) ทำงานและบริหารบริษัทในไทยได้
การจัดตั้งบริษัทจำกัดในไทย ถือหุ้นได้ แต่เซ็นบริหารต้องมี WP ถือหุ้นและบริหารได้ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจเต็มรูปแบบ
เกณฑ์เงินฝาก / ทุน เงินฝาก 500,000 บาท รายได้ $80,000/ปี หรือเงินลงทุน ทุนชำระแล้ว 2,000,000 บาท/คน

เกณฑ์ถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Tax Residency 180 วัน) และภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ประเด็นที่ European Remote Workers มักเข้าใจผิด คือเรื่องการยกเว้นภาษี ตามมาตรา 41 วรรคสอง และวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากรของ กรมสรรพากร:

  • หากบุคคลใดพำนักอยู่ในประเทศไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในรอบปีปฏิทินใด บุคคลนั้นถือเป็น ผู้อยู่ในประเทศไทย (Tax Resident)
  • ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 หากผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีนำเงินได้พึงประเมินจากแหล่งเงินได้นอกประเทศเข้ามาในไทยในปีภาษีใด จะต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย เว้นแต่จะได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)
  • การวางแผนภาษีข้ามพรมแดนและการบันทึกที่มาของเงินได้จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดภาระภาษีซ้ำซ้อน

ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านสู่การจดทะเบียนบริษัทจำกัดและการขอ Work Permit อย่างเป็นทางการ

หากธุรกิจขยายตัวและต้องการทำสัญญากับคู่ค้าในประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านจากสถานะ DTV สู่การจัดตั้งบริษัทจำกัดมีขั้นตอนดังนี้:

  • 1. จองชื่อและจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2 ล้านบาท
  • 2. จัดหาที่ตั้งสำนักงานและขึ้นทะเบียนนายจ้างต่อสำนักงานประกันสังคม พร้อมจ้างงานพนักงานไทยตามเกณฑ์ 4:1 หรือยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน BOI เพื่อยกเว้นอัตราส่วน
  • 3. ยื่นขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราเป็น Non-Immigrant Category "B" และยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ต่อกระทรวงแรงงาน

บริการให้คำปรึกษาวีซ่าและจดทะเบียนธุรกิจ โดย Regis Consultant

ดูแลใบอนุญาตและโครงสร้างภาษีครบวงจร

Regis Consultant ให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนและ Remote Entrepreneurs จากยุโรปในการเลือกประเภทวีซ่าที่สอดคล้องกับแผนการเติบโตของธุรกิจ เราดูแลตั้งแต่การตรวจเอกสารยื่น DTV, การวางแผนข้ามสายสู่วีซ่า Non-B, การจัดตั้งบริษัทจำกัด ตลอดจนการวางแผนภาษีตามหลัก DTA ให้คุณทำธุรกิจในไทยได้อย่างถูกกฎหมายและเติบโตอย่างยั่งยืน

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บริการขอใบอนุญาตธุรกิจและวีซ่า หรือ บริการจดทะเบียนบริษัท และดูรายละเอียดค่าบริการได้ที่ อัตราค่าบริการ หรือติดต่อเราได้ที่ ติดต่อเรา

ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 13 กันยายน 2026 — แบบฟอร์ม ค่าธรรมเนียม และประกาศของหน่วยงานเปลี่ยนได้ ควรตรวจฉบับปัจจุบันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนยื่นทุกครั้ง

🇪🇺 European & International Investor Advisory

Need English-speaking Legal & Tax Consultation in Thailand?

Regis Consultant provides turnkey assistance for BOI 100% foreign ownership, FBL licenses, LTR visas, corporate bank accounts, and DTA cross-border tax planning.

RGC
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและภาษี Regis Consultant
บริษัท รีจิส คอนซัลแตนท์ จำกัด
โทรสอบถาม แชท LINE OA ขอใบเสนอราคา